สวัสดีครับพี่ๆทุกคน ผมขอเปิด Forum ใหม่เพื่อรวบรวมเรื่องราวที่ผมได้สัมผัสที่สหรัฐอเมริกานะครับ มีหลายเรื่องที่เราเหมือนกับเค้า และมีหลายเรื่องที่เค้าต่างจากเรา ที่จริงผมคิดว่าจะเขียนทันทีที่เดินทางกลับถึงเมืองไทย แต่ดันกลับมาเจองานค้างเยอะมาก+ยังตอบคำถามของพี่ๆไม่หมด ตอนนี้รู้สึกว่าเริ่มว่างแล้วก็เลยขอเริ่มเลยนะครับ
เที่ยวนี้ผมต้องการไปเรียน Shaft Performance Technology w/ True Temper® Gold Certification ใช้เวลาเรียน 3 วันเท่านั้น ผมเลยลงคอร์ส Club Repair Technician School 3 วันและ Club Performance Fitting School 2 วันรวมทั้งสิ้นผมต้องอยู่ที่อเมริกา 12 วัน ค่อยคุ้มค่าเครื่องบิน+ค่าเหนื่อยเดินทางหน่อยครับ คอร์สทั้งหมดนี้ผมเรียนที่ Mitchell Golf School นะครับ รายละเอียดขอเก็บไว้ตอนต่อไปนะครับ
การเดินทางครั้งนี้ถือเป็นการเดินทางที่ฉุกละหุกมากครั้งนึงเลยครับ ผมสอบเสร็จวันศุกร์ จัดกระเป๋าวันเสาร์ ออกเดินทางเช้ามืดวันอาทิตย์ เป้าหมายคือ Dayton, OHIO ครับ ดู Weather Forcast จากที่นี่ตอนกลางวันร้านสุดประมาณ 15*C กลางคืนเย็น 0*C คิดว่าคงไม่ได้ตีกอล์ฟแน่ๆ รองเท้ากอล์ฟก็เลยไม่ได้เอาไปครับ
ผมออกเดินทางจากที่บ้าน ห่างจากที่ร้านประมาณ 2 กิโลเมตรมุ่งหน้าสุวรรณภูมิเวลานี้ครับ ตีสามครึ่ง ผมได้นอนแค่ 2 ชั่วโมงกว่าเท่านั้น แต่ไม่เป็นไร ไปหลับบนเครื่องเอา มาถึงสนามบินก็มาดู Flight ก่อนเลยครับ ผมเดินทางกับสายการบิน North West Bangkok->Narita->Detroit->Dayton ผมกะว่าจะได้มาหาอะไรกินที่นี่แต่พอมาถึงเค้าก็ Final Call ซะแล้วครับ
การเดินทางจากกรุงเทพไป Narita ใช้เวลาประมาณ 6.30 ชั่วโมง เครื่อง 777 ผมไม่รู้สึกเหนื่อยเลยสักนิดเพราะหลับตลอดครับ อิอิ ผมโชคดีอีกอย่างที่ได้ที่นั่ง Aisle ติดทางเดินทุกไฟลต์เลยไม่ต้องกังวลเรื่องสะกิดคนข้างๆครับ รูปนี้เป็นรูปแรกที่ผมได้หยิบกล้องขึ้นมาถ่าย(คนข้างๆไปเข้าห้องน้ำพอดี) ท้องฟ้าสวยดีครับ ถึงญี่ปุ่นประมาณบ่าย 2 โมงตามเวลาที่นั่นครับ
พอถึงญี่ปุ่นผมมีเวลาแค่ชั่วโมงเดียวในการ Transit พอผ่านด่านตรวจกระเป๋าแล้วเดินไปดู Flight ที่จอ อ่าว Final Call อีกแล้ว ผมไม่มีเวลาได้ถ่ายรูปเลย จุดนี้เป็นจุดที่ผมได้พบคนไทยคนสุดท้าย ได้ยินเสียงภาษาไทยครั้งสุดท้าย รอบนี้ต้องเดินทางนานถึง 11 ชั่วโมงด้วยเครื่อง 747-400 ครับ ผ่านไป 6 ชั่วโมงเหมือน 11 ชั่วโมง เมื่อใหร่จะถึงซะที หลับแล้วหลับอีก เกมส์ก็เล่นแล้ว จะเอางานขึ้นมาทำก็เวียนหัวอีก แต่สุดท้ายก็ทนมาได้จนถึงครับ
ลงที่ Detroit เวลาที่นี่ประมาณ 13.45 ต้องผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง CBP พอลงจากเครื่องผมก็รีบจ้ำนำหน้ามาเลย เพราะรู้ว่าแถวต้องยาวแน่ๆ ขี้เกียจต่อ แล้วก็จริงครับ แต่โชคดีที่ผมได้คิวแรกๆเลยไม่นาน แล้วก็ต้องมาลงอุโมงค์นี้ครับ เพื่อข้ามไปฝั่ง Domestic อุโมงค์จะเปลี่ยนสีไปมา สวยดีครับ ทุกครั้งที่ผมอยู่ในสนามบิน ผมไม่ใช้บริการทางเดินเลื่อนหรือบันไดเลื่อนเลยครับ รู้สึกอยากเดินเองมากกว่า มาคราวนี้ผมมีเวลาประมาณ 45 นาที ไม่ Final Call อีกแล้ว ผมก็เดินเล่นนั่งเล่น ไม่มีไรทำก็ถ่ายรูป Boarding Pass ตัวเอง
แล้วก็ได้ขึ้นเครื่องครับ เป็น CRJ อะไรสักอย่าง จุได้ 90 คน นั่งฝั่งละ 2 อึดอัดและร้อนมาก แต่นั่งแค่ชั่วโมงเดียวก็ถึง Dayton ครับ จากนั้นก็เรียก Airport Taxi ไปส่งที่ Hotel ครั้งแรกที่เดินออกจากสนามบินประมาณ 4 โมง แดดกำลังดีไม่แรงมาก แต่เดินออกไปรู้สึกได้ว่าเย็นครับ อากาศสดชื่นมาก แต่ Taxi ห่วยสุดๆ ห่วยจริงๆ Taxi Collora รุ่นก่อน Altis บ้านเรายังดีกว่าอีก ระหว่างทางผมนั่งดูแต่รถครับ Mustang, Corvett วิ่งกันบน High Way เป็นเรื่องธรรมดา รถที่นี่เครื่องใหญ่มากอย่าง BMW E60 550i, E90 335i เยอะแยะไปหมด Camry ที่ผมใช้พอมาที่นี่ก็เป็นโฉมออกสปอร์ตหน่อย นั่งมาเกือบๆชั่วโมงก็ถึงโรงแรมแล้วครับ เวลาที่นี่ช้ากว่าเมืองไทย 11 ชั่วโมง เท่ากับว่าผมใช้เวลาตั้งแต่ออกจากบ้านจนถึงโรงแรม 24 ชม พอดี
ค่าโรงแรมผมได้ Rate พิเศษสำหรับนักเรียนของ Mitchell คือ $72 รวมอาหารเช้าแต่ไม่รวมภาษี ถือว่าเป็นระดับกลางๆครับ มี 3 ชั้น ชั้นละประมาณ 40 ห้อง ผมได้ห้อง 204 ซึ่งบังเอิญเป็นรหัสภาควิชาของผมซะด้วย สภาพในห้องก็มีทุกอย่าง 2 เตียงคู่ แต่นอนคนเดียว เตารีด ตู้เย็น ทีวี เครื่องทำกาแฟ ไดร์เป่าผม Hi-Speed Internet ผมสลัดทุกอย่างทิ้งแล้วถ่ายรูป สภาพห้องเลยเป็นแบบนี้ครับ ในตู้เย็นไม่มีอะไรกินเลย โชคดีที่บนเครื่องบินกินมาเต็มที่เลยไม่รู้สึกหิวครับ พอประมาณ 3 ทุ่มของผมหรือ 8 โมงเช้าบ้านเรา ผมก็จะ Skype คุยกับแม่ครับ เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ทนี่ดีจริงๆ ไม่รู้สึกว่าห่างกันเลย แถมฟรีอีกต่างหาก
ตัดมาที่ตอนเช้าเลยนะครับ ผมนัดกับ Tom Mitchell ลูกชายคนเดียวของตระกูล Mitchell ให้มารับที่โรงแรมตอน 7.30 เพราะเริ่มเรียน 8.00 ผมลงมาทานอาหารเช้าที่โรงแรม อาหารค่อนข้างดีครับ ค่อนข้างครบและรสชาติโอเคมาก ขนมปังต่างๆ, Waffle, เนื้อ Hambuger, Omlett, Mushroom Soup, Cereal, Yogurts, Apple, Banana พวกกาแฟ และน้ำผลไม้ต่างๆอีกหลายชนิด ค่อนข้าง Enjoy เลยทีเดียว เพราะกลางคืนไม่ได้กินปอะไรเลย กินเสร็จผมก็เดินออกไปด้านนอกอาคาร อากาศถือว่าหนาวเลยครับ ประมาณ 4 องศา โชคดีที่ดู TV ก่อนออกจากห้องเลยเตรียมเสื้อตัวหนาหน่อย คิดในใจอากาศแบบนี้ไม่ได้ตีกอล์ฟแน่นอน
กลับไปนั่งรอสักพัก Tom ก็มาครับ.......
ขอบคุณที่ติดตามอ่านจนจบนะครับ ยังไงโปรดติดตามตอนต่อไป วันแรกที่ Mitchell กับคอร์ส Club Repair Technician และเพื่อนใหม่
